oral surgery featured
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน ซ่อน

ศัลยกรรมช่องปากคืออะไร

ศัลยกรรมช่องปาก (Oral Surgery) คือกลุ่มการรักษาทางทันตกรรมที่ต้องอาศัยการผ่าตัดภายในช่องปาก ไม่ว่าจะเป็นบริเวณฟัน เหงือก กระดูกขากรรไกร หรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ หลายคนเข้าใจว่าศัลยกรรมช่องปากคือการถอนฟันหรือผ่าฟันคุดเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วครอบคลุมกว้างกว่านั้นมาก ตั้งแต่การผ่าตัดปุ่มกระดูก การปลูกกระดูกเพื่อเตรียมฝังรากฟันเทียม ไปจนถึงการผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน

หัตถการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาโรค บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันปัญหาที่จะลุกลาม และเตรียมช่องปากให้พร้อมสำหรับการรักษาขั้นต่อไป เช่น การใส่ฟันหรือการจัดฟัน การวางแผนที่ดีโดยทันตแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่ต้น จะช่วยให้การผ่าตัดเป็นแผลเล็ก พักฟื้นระยะสั้น และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

ที่บางมดทันตกรรม การรักษากลุ่มศัลยกรรมช่องปากทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ร่วมกับการเอกซเรย์ดิจิทัลและการถ่ายภาพ 3 มิติ (CBCT) ในเคสที่ซับซ้อน เพื่อให้วางแผนตำแหน่งได้อย่างที่มีความแม่นยำก่อนลงมือทำจริง

ศัลยกรรมช่องปาก กับ ศัลยกรรมขากรรไกรและใบหน้า ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างสองคำนี้ ทั้งที่เกี่ยวข้องกันแต่ขอบเขตต่างกัน

ศัลยกรรมช่องปาก (Oral Surgery) เน้นการรักษาปัญหาที่เกิดกับฟัน เหงือก และกระดูกเบ้าฟันภายในช่องปาก เช่น ผ่าฟันคุด ถอนฟัน ปลูกกระดูก ตัดปุ่มกระดูก โดยส่วนใหญ่ทำในคลินิกทันตกรรมภายใต้ยาชาเฉพาะที่ และผู้ป่วยกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน

ศัลยกรรมขากรรไกรและใบหน้า (Oral & Maxillofacial Surgery) มีขอบเขตกว้างกว่า ครอบคลุมถึงกระดูกขากรรไกร โครงหน้า และการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า เช่น การผ่าตัดจัดแนวขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน (Orthognathic Surgery) หรือการรักษากระดูกใบหน้าหักจากอุบัติเหตุ ซึ่งบางกรณีต้องทำในโรงพยาบาลภายใต้การดมยาสลบ

ทันตแพทย์ทั้งสองกลุ่มผ่านการฝึกอบรมสายเดียวกัน แต่จะเลือกส่งต่อผู้ป่วยตามความซับซ้อนของเคส บางมดทันตกรรมให้บริการศัลยกรรมช่องปากในระดับคลินิกได้หลากหลาย และประสานงานส่งต่อในเคสที่ต้องผ่าตัดในโรงพยาบาล

ศัลยกรรมช่องปากมีอะไรบ้าง (10 หัตถการหลัก)

1. ถอนฟัน (Tooth Extraction)

การถอนฟันที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ เช่น ฟันผุลึกถึงโพรงประสาท ฟันแตกร้าวจนบูรณะไม่ได้ หรือฟันโยกจากโรคปริทันต์ ทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนถอน ทำให้เจ็บน้อยระหว่างทำ

2. ผ่าฟันคุด (Surgical Removal of Impacted Tooth)

ฟันคุดคือฟันกรามซี่ในสุดที่ขึ้นไม่พ้นเหงือกหรือขึ้นผิดทิศทาง มักต้องเปิดเหงือกและกรอกระดูกบางส่วนเพื่อนำออก เป็นหัตถการศัลยกรรมช่องปากที่พบได้บ่อย อ่านรายละเอียดเชิงลึกได้ที่หน้า ผ่าฟันคุด

3. ผ่าตัดปุ่มกระดูกในช่องปาก (Torus Removal / Torectomy)

ปุ่มกระดูก (Torus) คือก้อนกระดูกที่นูนขึ้นบริเวณเพดานปากหรือด้านลิ้นของขากรรไกรล่าง โดยทั่วไปไม่อันตราย แต่หากก้อนใหญ่จนรบกวนการใส่ฟันปลอม การออกเสียง หรือทำให้เหงือกบริเวณนั้นเป็นแผลบ่อย ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดเก็บออกเพื่อปรับสันเหงือกให้เรียบ

4. การผ่าตัดปลูกกระดูก (Bone Graft)

เมื่อกระดูกขากรรไกรบางหรือละลายจากการสูญเสียฟันมานาน การปลูกกระดูกจะช่วยเพิ่มปริมาณและความหนาแน่นของกระดูก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝังรากฟันเทียม

5. การยกไซนัส (Sinus Lifting)

ในเคสฟันกรามบนที่กระดูกด้านบนบางและอยู่ชิดโพรงไซนัส ทันตแพทย์จะยกพื้นไซนัสและเสริมกระดูกเพื่อให้มีความสูงเพียงพอสำหรับฝังรากเทียม

6. การปลูกเหงือก (Gum Graft)

สำหรับผู้ที่เหงือกร่นหรือเนื้อเหงือกบางรอบฟันหรือรอบรากเทียม การปลูกเหงือกช่วยเพิ่มความหนาของเหงือก ลดอาการเสียวฟัน และรักษาสุขภาพเหงือกในระยะยาว

7. การผ่าตัดฝังรากฟันเทียม (Implant Surgery)

การฝังรากไทเทเนียมลงในกระดูกขากรรไกรเพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป ถือเป็นหัตถการศัลยกรรมช่องปากที่ต้องวางแผนตำแหน่งอย่างละเอียด อ่านต่อได้ที่หน้า รากฟันเทียม

8. การตัดปลายรากฟัน (Apicoectomy)

เมื่อการรักษารากฟันตามปกติไม่สามารถกำจัดการติดเชื้อที่ปลายรากได้ ทันตแพทย์จะผ่าตัดเปิดเหงือกเพื่อตัดปลายรากส่วนที่ติดเชื้อออกและอุดปิดปลายราก ช่วยให้เก็บฟันธรรมชาติไว้ได้แทนการถอน

9. การเพิ่มความยาวตัวฟัน (Crown Lengthening)

เป็นการปรับระดับเหงือกและกระดูกเพื่อเผยตัวฟันให้ยาวขึ้น ใช้ในกรณีฟันสั้นจากเหงือกคลุมมาก หรือเตรียมพื้นที่ก่อนทำครอบฟัน

10. การผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน (Orthognathic Surgery)

สำหรับผู้ที่มีปัญหาการสบฟันผิดปกติร่วมกับโครงขากรรไกรยื่นหรือถอย เช่น คางยื่น คางถอย หรือฟันสบเปิด การผ่าตัดจัดแนวขากรรไกรร่วมกับการจัดฟันจะช่วยแก้ไขทั้งการใช้งานและรูปหน้า หัตถการนี้ทำโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางและวางแผนร่วมกันเป็นรายเคส

ใครบ้างที่ควรพบทันตแพทย์เพื่อทำศัลยกรรมช่องปาก

  • มีฟันคุดที่ปวด บวม หรือเหงือกอักเสบรอบฟันคุด
  • มีฟันผุลึก ฟันแตก หรือฟันโยกที่เก็บรักษาไม่ได้
  • วางแผนใส่รากฟันเทียมแต่กระดูกไม่เพียงพอ
  • มีปุ่มกระดูกในช่องปากที่รบกวนการใส่ฟันปลอมหรือการใช้ชีวิต
  • เหงือกร่น เนื้อเหงือกบางรอบฟันหรือรากเทียม
  • มีการติดเชื้อที่ปลายรากฟันซึ่งรักษารากตามปกติไม่หาย
  • มีปัญหาการสบฟันร่วมกับโครงขากรรไกรผิดปกติ
  • ทันตแพทย์จัดฟันแนะนำให้ถอนฟันหรือผ่าฟันคุดก่อนเริ่มจัดฟัน

ข้อดีและข้อจำกัดของการทำศัลยกรรมช่องปาก

ข้อดี

  • แก้ปัญหาที่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดทำไม่ได้ เช่น ฟันคุดฝังในกระดูก
  • กำจัดต้นเหตุของการอักเสบและการติดเชื้อ ช่วยบรรเทาอาการปวด
  • ป้องกันปัญหาลุกลามไปยังฟันซี่ข้างเคียงและกระดูกขากรรไกร
  • เตรียมช่องปากให้พร้อมสำหรับการใส่ฟัน จัดฟัน หรือฝังรากเทียม
  • ฟื้นฟูการบดเคี้ยวและการออกเสียงให้กลับมาใช้งานได้ดี

ข้อจำกัด

  • เป็นการผ่าตัด จึงมีแผลและอาจมีอาการปวดบวมช้ำช่วง 2-3 วันแรก
  • ต้องพักฟื้นและงดกิจกรรมหนักตามคำแนะนำของทันตแพทย์
  • ผู้มีโรคประจำตัวบางกลุ่มต้องปรึกษาแพทย์ก่อน (เบาหวานที่คุมน้ำตาลไม่ได้ โรคหัวใจ ผู้ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด)
  • บางเคสที่ซับซ้อนต้องส่งต่อผ่าตัดในโรงพยาบาล

ขั้นตอนการทำศัลยกรรมช่องปากโดยรวม

แม้แต่ละหัตถการจะมีรายละเอียดต่างกัน แต่ภาพรวมของศัลยกรรมช่องปากมักมีขั้นตอนคล้ายกัน

  1. ตรวจและวินิจฉัย ทันตแพทย์ตรวจช่องปากและถ่ายเอกซเรย์ (Panoramic หรือ CBCT 3 มิติในเคสซับซ้อน) เพื่อดูตำแหน่งฟัน กระดูก และเส้นประสาท
  2. วางแผนการรักษา ประเมินความยากง่าย เลือกวิธีระงับความรู้สึกที่เหมาะสม และแจ้งค่าใช้จ่ายให้ทราบก่อนเริ่ม
  3. ให้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้บริเวณผ่าตัดชา เจ็บน้อยระหว่างทำ
  4. ลงมือผ่าตัด เปิดเหงือก กรอกระดูกหรือแบ่งฟันตามความจำเป็น แล้วนำฟันหรือเนื้อเยื่อเป้าหมายออก
  5. ทำความสะอาดและเย็บแผล ล้างแผลด้วยน้ำเกลือและเย็บปิด (ไหมละลายหรือไหมที่ต้องตัดออกภายหลัง)
  6. ให้คำแนะนำและนัดติดตาม จ่ายยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อ พร้อมนัดตัดไหมและตรวจแผลประมาณ 7-14 วัน

การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรมช่องปาก

  1. แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และยาที่ทานเป็นประจำให้ทันตแพทย์ทราบครบถ้วน โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาละลายลิ่มเลือด
  2. ทานอาหารให้เรียบร้อยก่อนเข้ารับการผ่าตัด (กรณีใช้ยาชาเฉพาะที่) เพราะหลังทำจะรู้สึกชาและอาจไม่สะดวกทานอาหารช่วงแรก
  3. กรณีที่ต้องใช้ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึกระดับลึก ควรงดอาหารและน้ำตามที่แพทย์กำหนด และไม่ควรขับรถกลับเอง
  4. งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงแผลหายช้าและการติดเชื้อ
  5. ทำความสะอาดช่องปากให้ดี และพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดความกังวล
  6. จัดเตรียมยาแก้ปวด ที่ประคบเย็น และอาหารอ่อนไว้ที่บ้าน

การดูแลตัวเองหลังทำศัลยกรรมช่องปาก

24-48 ชั่วโมงแรก

  • กัดผ้าก๊อซให้แน่นประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือจนเลือดหยุดไหล
  • ประคบเย็นภายนอกแก้มบริเวณที่ผ่า ครั้งละ 15-20 นาที สลับพัก เพื่อลดอาการบวม
  • ห้ามบ้วนปากแรง ๆ ห้ามดูดน้ำด้วยหลอด และห้ามใช้ลิ้นหรือนิ้วดันแผล เพื่อป้องกันลิ่มเลือดหลุด (Dry Socket)
  • ทานยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อตามที่ทันตแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • งดสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ และการออกกำลังกายหนัก

วันที่ 3-7

  • เปลี่ยนมาประคบอุ่นเพื่อลดอาการบวมช้ำที่คั่งค้าง
  • ทานอาหารอ่อน รสไม่จัด ไม่ร้อนหรือเย็นจัด เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป ไข่ตุ๋น
  • แปรงฟันบริเวณอื่นตามปกติ ระวังบริเวณแผล และบ้วนปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลือ
  • อาการปวดและบวมจะค่อย ๆ ทุเลาลง

สัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป

  • กลับมาทานอาหารได้ตามปกติ แต่เลี่ยงเคี้ยวของแข็งฝั่งที่ผ่า
  • มาตัดไหมและตรวจแผลตามนัด (ประมาณ 7-14 วัน)
  • แผลเหงือกส่วนใหญ่สมานภายใน 2-4 สัปดาห์ ส่วนกระดูกใช้เวลาฟื้นตัวได้ถึงหลายเดือน

ภาวะแทรกซ้อนที่ควรรู้และวิธีป้องกัน

แม้ศัลยกรรมช่องปากส่วนใหญ่จะปลอดภัยเมื่อทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง แต่มีความเสี่ยงที่ควรทราบ

  • แผลติดเชื้อ ป้องกันด้วยการทานยาฆ่าเชื้อให้ครบและรักษาความสะอาด
  • ลิ่มเลือดหลุด (Dry Socket) เกิดจากการบ้วนปากแรงหรือดูดหลอด ทำให้ปวดมากขึ้น
  • เลือดออกผิดปกติ พบในผู้ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า
  • อาการชาริมฝีปากหรือลิ้น จากเส้นประสาทถูกกระทบ ลดความเสี่ยงด้วยการถ่าย CBCT 3 มิติก่อนผ่า
  • การทะลุโพรงไซนัส ในเคสฟันกรามบน ป้องกันด้วยการวางแผนและประเมินกระดูกก่อนทำ

วิธีป้องกันที่สำคัญคือเลือกทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ ตรวจภาพถ่ายรังสีอย่างละเอียดก่อนทำ และปฏิบัติตามคำแนะนำหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัด

ราคาศัลยกรรมช่องปาก 2026 ที่บางมดทันตกรรม

หัตถการ ราคาโดยประมาณ
ถอนฟัน (ทั่วไป) 700-900 บาท/ซี่
ผ่าฟันคุด 3,000-4,500 บาท/ซี่
ถอนฟันคุด (ฟันบน / ฟันล่าง) ฟันบน 1,000-1,500 บาท/ซี่ · ฟันล่าง 1,500-2,000 บาท/ซี่
ผ่าตัดปุ่มกระดูกขากรรไกรล่าง (Torus mandibularis) 4,000-5,000 บาท/บริเวณ
ผ่าตัดปุ่มกระดูกเพดานปาก (Torus palatinus) 6,000-9,000 บาท/บริเวณ
ปลูกกระดูก (Bone Graft) 10,000-25,000 บาท/ซี่
ยกไซนัส (Sinus Lifting) 20,000-30,000 บาท/ซี่
ปลูกเหงือกบริเวณฟัน (Gum Graft) 5,000-8,000 บาท/ซี่
ปลูกเหงือกเพื่อทำรากเทียม 8,000-15,000 บาท/ซี่
รากฟันเทียม (รวมปักรากเทียม พิมพ์ครอบฟัน และครอบฟัน) 39,000-75,000 บาท/ซี่
ตัดปลายรากฟัน (Apicoectomy) ประเมินเป็นรายเคส
เพิ่มความยาวตัวฟัน (Crown Lengthening) ประเมินเป็นรายเคส
ผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน ประเมินเป็นรายเคส โดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นค่าบริการทางการแพทย์เบื้องต้น ยังไม่รวมค่ายาและค่าบริการอื่น ๆ และอาจเปลี่ยนแปลงตามความยากง่ายและความซับซ้อนของแต่ละเคส ทันตแพทย์จะประเมินและแจ้งราคาให้ทราบก่อนเริ่มการรักษาทุกครั้ง สอบถามและประเมินได้ที่บางมดทันตกรรมทุกสาขา

สิทธิประกันสังคมและการเบิกค่าทันตกรรม

ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมสามารถใช้สิทธิค่าทันตกรรม (ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าฟันคุด) ได้ตามวงเงินที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดในปีปัจจุบัน โดยยื่นใช้สิทธิได้ที่สถานพยาบาลที่เข้าร่วม ส่วนต่างที่เกินวงเงินผู้รับบริการเป็นผู้ชำระเอง แนะนำให้สอบถามเงื่อนไขและวงเงินล่าสุดกับเจ้าหน้าที่คลินิกก่อนเข้ารับบริการ เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับศัลยกรรมช่องปาก

ระหว่างทำเจ็บน้อยเพราะใช้ยาชาเฉพาะที่ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวดบวมเล็กน้อย 2-3 วันแรก ควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์จ่าย

ศัลยกรรมช่องปากส่วนใหญ่ทำในคลินิกและกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ยกเว้นเคสซับซ้อนที่ต้องดมยาสลบหรือผ่าตัดขากรรไกร ซึ่งอาจต้องทำในโรงพยาบาล

แผลเหงือกส่วนใหญ่เริ่มสมานภายใน 7-10 วัน และหายเป็นปกติภายใน 2-4 สัปดาห์ ส่วนกระดูกใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของหัตถการ

ทำได้หากควบคุมโรคได้ดีและอยู่ในความดูแลของแพทย์ ควรแจ้งประวัติและยาที่ทานให้ทันตแพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง

ได้ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุระดับสูง ตราบใดที่สุขภาพโดยรวมดีและได้รับการประเมินจากทันตแพทย์

ควรเลี่ยงการผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วนในระหว่างตั้งครรภ์ หากจำเป็นทันตแพทย์จะประเมินความเสี่ยงและเลือกวิธีที่เหมาะสม แนะนำให้ปรึกษาทั้งทันตแพทย์และสูติแพทย์

การถอนฟันและผ่าฟันคุดใช้สิทธิค่าทันตกรรมประกันสังคมได้ตามวงเงินที่กำหนด สอบถามเงื่อนไขล่าสุดกับเจ้าหน้าที่คลินิกก่อนเข้ารับบริการ

ทำไมต้องเลือกบางมดทันตกรรม

1. ประสบการณ์กว่า 15 ปี

ก่อตั้งปี 2009 ให้บริการทันตกรรมมาตรฐานทันตกรรมแก่คนไทยมากว่า 15 ปี

2. ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมช่องปาก

หัตถการศัลยกรรมทำโดยทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ประเมินและวางแผนทุกเคสก่อนลงมือทำ

3. เทคโนโลยีวินิจฉัยที่แม่นยำ

  • เอกซเรย์ดิจิทัลในช่องปากและนอกช่องปาก
  • CBCT (CT 3 มิติ) สำหรับวางแผนตำแหน่งในเคสซับซ้อน
  • ระบบควบคุมการติดเชื้อและเครื่องมือปลอดเชื้อ

4. ราคาโปร่งใส ประเมินก่อนทำทุกเคส

แจ้งราคาชัดเจนก่อนเริ่มการรักษา ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง และมีทางเลือกแบ่งชำระในบางหัตถการ

5. ปรึกษาและประเมินเบื้องต้นทุกสาขา

ให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

6. 7 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

เดินทางสะดวก เปิดบริการทุกวัน 10.00-20.00 น.

สาขาบางมดทันตกรรม

บางมดทันตกรรมมี 7 สาขา เปิดบริการทุกวัน 10.00-20.00 น.

สาขา จุดสังเกต โทรศัพท์
สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ ซอยประชาอุทิศ 41 เยื้องมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 096-889-9644, 096-889-8551
ปิ่นเกล้า ซอยบรมราชชนนี 13 ใกล้เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 096-882-6466, 096-882-5955
เกษตร ถนนพหลโยธิน ใกล้ BTS เสนานิคม ทางออก 3 080-068-6150, 080-068-6151
บางแค ซอยเพชรเกษม 84 ใกล้เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค และ MRT หลักสอง 061-019-9216, 061-019-9316
เจริญนคร ถนนเจริญนคร ใกล้ไอคอนสยาม และ BTS เจริญนคร 061-390-5650, 061-390-5651
พระราม 2 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 50 ใกล้เซ็นทรัล พระราม 2 098-271-9822, 098-271-9682
บางนา-อุดมสุข ถนนอุดมสุข ปากซอยอุดมสุข 25/1 094-796-6295, 094-796-9963

ปรึกษาและจองคิวศัลยกรรมช่องปากกับบางมดทันตกรรม

  • LINE Official: @bangmoddental
  • Facebook: facebook.com/bangmoddental
  • เว็บไซต์: bangmoddental.com
  • เปิดบริการ: ทุกวัน 10.00-20.00 น.
  • ปรึกษาและประเมินเบื้องต้น ทุกสาขา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

บางมดทันตกรรม ให้บริการทันตกรรมโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี