
กำลังคิดจะจัดฟันแต่งบไม่เยอะ? หรืออยากได้ฟันสวยแต่ไม่อยากจ่ายแพงเกินไป? จัดฟันแบบโลหะ หรือที่หลายคนเรียกว่า “จัดฟันโลหะ” อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณ
สำหรับใครที่กำลังมองหาข้อมูลพร้อมให้บริการเรื่องจัดฟันแบบโลหะ วันนี้เรามารวมทุกอย่างที่คุณควรรู้ไว้ในที่เดียวกัน ตั้งแต่ราคาจริง ข้อดี-ข้อเสีย ขั้นตอนการรักษา ไปจนถึงเคล็ดลับการดูแลจัดฟันโลหะที่หลายคนไม่เคยบอก
เริ่มต้นที่ 35,000 บาท | แบ่งชำระตามขั้นตอนการรักษา | ราคารวมค่าตรวจ ภาพรังสี รีเทนเนอร์ และค่าถอดเครื่องมือ
จัดฟันโลหะคืออะไร? เข้าใจง่ายใน 5 นาที
จัดฟันแบบโลหะ (Metal Braces) คือการใช้เครื่องมือจัดฟันที่ทำจากโลหะสแตนเลสสติลติดกับฟัน แล้วใช้ลวดโลหะดึงฟันให้เข้าที่ตำแหน่งที่ถูกต้อง การจัดฟันโลหะแบบนี้เป็นวิธีการจัดฟันที่ใช้กันมาเกือบ 100 ปีแล้ว และจนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการจัดฟันในราคาที่เข้าถึงได้
เครื่องมือจัดฟันโลหะประกอบด้วยอะไรบ้าง
ลองนึกภาพง่ายๆ เครื่องมือจัดฟันโลหะจะมี:
- Brackets (แบร็คเก็ต) – ชิ้นเล็กๆ รูปสี่เหลี่ยมที่ติดอยู่บนฟันแต่ละซี่ ทำหน้าที่เป็นตัวยึดลวดและควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของฟัน
- Arch wire (ลวดโค้ง) – ลวดโลหะที่ร้อยผ่าน brackets ทุกซี่ เป็นตัวจ่ายแรงและกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ของฟัน
- Ligatures (ยางรัดสีสัน) – ยางเล็กๆ สีสันสดใสที่ใช้ยึดลวดกับ brackets มีให้เลือกหลากหลายสี
- Bands (วงโลหะ) – วงโลหะที่ครอบฟันกรามหลัง ใช้เฉพาะบางกรณี
หลักการทำงานแบบง่ายๆ
หลักการทำงานของจัดฟันโลหะคือการใช้แรงกดที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง ลวดจะค่อยๆ ดึงฟันไปสู่ตำแหน่งที่ถูกต้อง โดยทันตแพทย์จะมาปรับแรงและเปลี่ยนลวดทุกเดือนจนกว่าฟันจะเรียงสวยตามที่ต้องการ
สิ่งที่น่าสนใจคือ กระดูกและเนื้อเยื่อรอบฟันจะปรับตัวตามการเคลื่อนที่ของฟัน ทำให้ฟันสามารถเคลื่อนไปอยู่ตำแหน่งใหม่ได้ตามแผนการรักษา
จัดฟันโลหะมีกี่แบบ? เลือกยังไงให้ใช่
หลายคนคิดว่าจัดฟันโลหะมีแค่แบบเดียว แต่จริงๆ แล้วมีให้เลือกหลายแบบ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
1. จัดฟันโลหะธรรมดา (Traditional Metal Braces)
เหมาะกับ: คนที่งบประมาณจำกัด ต้องการประสิทธิภาพดี
นี่คือจัดฟันโลหะแบบดั้งเดิมที่เราเห็นกันบ่อย ใช้ยางรัดสีสันสดใสยึดลวดกับ brackets จุดเด่นคือ:
- ราคาประหยัดในบรรดาการจัดฟันทุกแบบ
- ทนทาน แข็งแรง ใช้ได้นานไม่เสียหาย
- เห็นชัดบนฟันแต่ก็สวยในแบบของมัน
- มียางรัดให้เลือกสีได้ตามใจชอบ ทำให้สนุกกับการจัดฟัน
2. จัดฟันโลหะขนาดเล็ก (Mini Metal Brackets)
เหมาะกับ: คนที่อยากได้ความสวยงามมากขึ้นแต่งบยังจำกัด
เป็นการพัฒนาจาก brackets ธรรมดา โดยทำให้มีขนาดเล็กลง ทำให้:
- ดูสวยกว่าและไม่เด่นมาก
- รู้สึกสบายมากขึ้น เพราะมีขนาดเล็ก
- ทำความสะอาดง่ายกว่า
- ราคาแพงขึ้นนิดหน่อยจาก brackets ธรรมดา
3. ระบบดามอน เมทัล (Damon Metal System)
เหมาะกับ: คนที่ไม่อยากมาตรวจบ่อย และต้องการลดความเจ็บปวด
ดามอนเป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้ยางรัด แต่ใช้ระบบ self-ligating แทน:
- ไม่ต้องใช้ยางรัด ลวดจะอยู่ในร่อง bracket เอง
- เจ็บน้อยกว่าเพราะแรงที่ใช้นุ่มนวลกว่า
- มาตรวจได้ 6-8 สัปดาห์ครั้ง แทนที่จะ 4 สัปดาห์
- ในหลายเคสอาจใช้เวลาน้อยกว่า ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละเคส
- ราคา 70,000-75,000 บาท
4. จัดฟันโลหะเคลือบสี
เหมาะกับ: วัยรุ่นที่ชอบความแปลกใหม่และสีสัน
เป็นการนำ brackets โลหะธรรมดามาเคลือบสีต่างๆ:
- มีสีทอง เงิน สีรุ้ง และสีอื่นๆ อีกมากมาย
- สร้างความสนุกสนานให้กับการจัดฟัน
- เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและเด็กนักเรียน
- ราคาแพงขึ้นเล็กน้อยจากแบบธรรมดา
5. จัดฟันโลหะแบบลิงกวล (Lingual Braces)
เหมาะกับ: คนที่ไม่อยากให้เห็นเครื่องมือเลย
เป็นการติด brackets ที่ด้านในของฟัน:
- มองจากด้านหน้าจะไม่เห็นเครื่องมือเลย
- เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องพบปะผู้คนเยอะ
- การทำความสะอาดยากกว่าปกติ
- ราคาแพงกว่าแบบปกติค่อนข้างมาก
ราคาจัดฟันโลหะที่บางมดทันตกรรม – อัพเดทล่าสุด
นี่คือส่วนที่หลายคนสนใจมาก เรามาดูราคาจริงและระบบการชำระเงินที่ยืดหยุ่นกัน
โครงสร้างราคาแบบละเอียด
ที่บางมดทันตกรรม เรามีระบบราคาที่โปร่งใสและยืดหยุ่น แบ่งเป็น 4 แพ็คเกจหลัก:
จัดฟันโลหะ: 35,000-48,000 บาท
แพ็คเกจ มด 800 (เหมาะกับงบจำกัด)
- 6 ครั้งแรก: 3,500 บาท/ครั้ง (ติดเครื่องมือและปรับพื้นฐาน)
- ครั้งที่ 7 เป็นต้นไป: 800 บาท/ครั้ง (ปรับติดตามผล)
แพ็คเกจ มด 1,000 (สำหรับคนที่อยากสะดวก)
- 9 ครั้งแรก: 2,000 บาท/ครั้ง (ติดเครื่องมือและปรับพื้นฐาน)
- ครั้งที่ 10 เป็นต้นไป: 1,000 บาท/ครั้ง
แพ็คเกจ มด 1,500 (ราคาคงที่ง่ายๆ)
- ทุกครั้ง: 1,500 บาท เท่านั้น
- เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
แพ็คเกจ มด 2,000
- ทุกครั้ง: 2,000 บาท เท่านั้น
- ค่าปรับเครื่องมือคงที่ทุกครั้งที่มาพบทันตแพทย์
รายการที่รวมอยู่ในค่ารักษา
ค่าจัดฟันได้รวมรายการต่อไปนี้ไว้แล้ว:
- ค่าตรวจ – วิเคราะห์ปัญหาและแผนการรักษา
- เอ็กซ์เรย์ฟันใหญ่ – ดูโครงสร้างฟันและกระดูก
- รีเทนเนอร์ – สำหรับรักษาผลลัพธ์หลังจัดฟัน
- ค่าถอดเครื่องมือ – การถอดเครื่องมือเมื่อเสร็จ
- ค่าฟอกสีฟันสำหรับผู้จัดฟันกับคลินิก สอบถามคลินิก
เปรียบเทียบราคากับการจัดฟันแบบอื่น
| ประเภทการจัดฟัน | ราคา (บาท) | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| จัดฟันโลหะ | 35,000-48,000 | ราคาถูก แข็งแรง | เห็นชัด |
| จัดฟันเซรามิก | 60,000 | สวยกว่า | แตกได้ |
| จัดฟันดามอน | 70,000-75,000 | เจ็บน้อย | แพงกว่า |
| จัดฟันดามอนใส | 85,000-90,000 | สวย เจ็บน้อย | แพงมาก |
| จัดฟันใส | 59,000-160,000 | มองไม่เห็น | ราคาสูง |

ระบบผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น
เรารู้ว่าการจัดฟันเป็นการลงทุนที่ใหญ่ เลยมีทางเลือกการชำระเงินดังนี้:
แบ่งชำระตามขั้นตอนการรักษา
- มด 800: 3,500 บาท x 6 ครั้ง ครั้งถัดไป 800 บาท
- มด 1,000: 2,000 บาท x 9 ครั้ง ครั้งถัดไป 1,000 บาท
- รูดบัตรเครดิตเต็มจำนวนได้ทุกธนาคาร
ผ่อนกับคลินิกโดยตรง
- มัดจำตามที่คลินิกแจ้ง เริ่มรักษาได้เลย
- ยอดที่เหลือแบ่งตามจำนวนครั้งที่มาปรับ
- ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีค่าธรรมเนียม
ผ่อนรายเดือนแบบคงที่
- มด 1,500: 1,500 บาททุกครั้งที่มาปรับเครื่องมือ
- มด 2,000: 2,000 บาททุกครั้งที่มาปรับเครื่องมือ
- เหมาะกับคนทำงานประจำ
ขั้นตอนการจัดฟันโลหะ: จากเริ่มต้นจนเสร็จสิ้น

หลายคนสงสัยว่าการจัดฟันมีขั้นตอนยังไง วันนี้เราพาไปดูทีละขั้นตอนแบบละเอียด
ขั้นตอนที่ 1: การปรึกษาและตรวจวินิจฉัย
ระยะเวลา: 60-90 นาที ค่าใช้จ่าย: ไม่มีค่าใช้จ่าย
สิ่งที่ทันตแพทย์จะทำ:
- ตรวจสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด
- ถ่ายเอ็กซ์เรย์เพื่อดูโครงสร้างฟันและกราม
- ถ่ายภาพฟันและใบหน้าเพื่อวิเคราะห์
- ทำแบบจำลองฟัน (ถ้าจำเป็น)
- วิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษา
- ประมาณราคาและระยะเวลาการรักษา
- ให้คำแนะนำแบบจัดฟันที่เหมาะสมกับคุณ
คำถามที่ควรถาม:
- ปัญหาฟันของผมคืออะไรบ้าง?
- ต้องใช้เวลารักษานานเท่าไหร่?
- มีทางเลือกการรักษาอะไรบ้าง?
- ต้องถอนฟันไหม?
- ค่าใช้จ่ายรวมเท่าไหร่?
ขั้นตอนที่ 2: การเตรียมช่องปากก่อนจัดฟัน
ระยะเวลา: 1-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับสภาพฟัน)
สิ่งที่อาจต้องทำก่อนจัดฟัน:
- รักษาฟันผุ (ถ้ามี) – ต้องรักษาให้เรียบร้อยก่อนติดเครื่องมือ
- ขูดหินปูนและทำความสะอาดฟัน – เพื่อให้เครื่องมือติดได้ดี
- รักษาเหงือกอักเสบ – เหงือกต้องแข็งแรงก่อนจัดฟัน
- ถอนฟัน (บางกรณี) – เฉพาะกรณีที่ฟันแน่นเกินไปหรือฟันคุด
- รักษารากฟัน (ถ้าจำเป็น) – กรณีฟันเสียหายมาก
เคล็ดลับ: ระยะนี้อย่าเพิ่งกังวล การเตรียมฟันให้พร้อมจะทำให้การจัดฟันได้ผลดีขึ้นและลดปัญหาในอนาคต
ขั้นตอนที่ 3: การติดเครื่องมือจัดฟัน
ระยะเวลา: 2-3 ชั่วโมง ความรู้สึก: เจ็บน้อย แต่อาจรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
วันติดเครื่องมือ – สิ่งที่จะเกิดขึ้น:
ชั่วโมงแรก – เตรียมฟัน:
- ทำความสะอาดผิวฟันด้วยสารพิเศษ
- ทาสารยึดติด (bonding agent) บนผิวฟัน
- ตรวจสอบตำแหน่งการติด brackets อีกครั้ง
ชั่วโมงที่สอง – ติด Brackets:
- ติด brackets ลงบนฟันทีละซี่อย่างระมัดระวัง
- ใช้แสงพิเศษทำให้กาวแข็งตัว
- ตรวจสอบความแน่นหนาของการติด
ชั่วโมงที่สาม – ใส่ลวดและยางรัด:
- ร้อยลวดผ่าน brackets ทุกซี่
- ใส่ยางรัดสีที่คุณเลือก (เลือกสีได้ตามชอบ)
- ตัดลวดส่วนเกินและปิดปลายให้เรียบร้อย
- อธิบายวิธีการดูแลและสิ่งที่ต้องระวัง
หลังติดเครื่องมือ:
- ทันตแพทย์จะให้ยาแก้ปวด (กรณีที่ต้องการ)
- แจกคู่มือการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคนจัดฟัน
- นัดครั้งต่อไปในอีก 4-6 สัปดาห์
ขั้นตอนที่ 4: การปรับเครื่องมือรายเดือน
ความถี่: ทุก 4-6 สัปดาห์ ระยะเวลาแต่ละครั้ง: 30-45 นาที จำนวนครั้งรวม: 15-25 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับปัญหา)
สิ่งที่ทำทุกครั้งที่มาปรับ:
- ตรวจดูความคืบหน้าการเคลื่อนที่ของฟัน
- ถอดยางรัดเก่าออก
- ถอดลวดเก่า (ถ้าจำเป็น)
- ใส่ลวดใหม่ที่มีแรงและรูปร่างที่เหมาะสม
- ใส่ยางรัดสีใหม่ตามที่คุณเลือก
- ปรับแรงและทิศทางการดึงฟัน
- ตรวจสอบสุขภาพเหงือกและทำความสะอาด
เทคนิคลับ: มาตรงเวลาและมาครบทุกนัด จะทำให้เสร็จตามกำหนดเวลา ถ้าพลาดนัดบ่อยจะทำให้ช้าลงและอาจต้องเริ่มใหม่
ขั้นตอนที่ 5: ช่วงสุดท้าย
ระยะเวลา: 2-4 เดือนสุดท้าย จุดประสงค์: ปรับจุดประสานฟันให้สมบูรณ์
ในช่วงสุดท้ายนี้ทันตแพทย์จะ:
- ปรับรายละเอียดการสบฟันให้ถูกต้อง
- ปิดช่องว่างเล็กๆ ที่เหลืออยู่
- ปรับความเรียบของแนวฟัน
- เตรียมการถอดเครื่องมือ
ขั้นตอนที่ 6: การถอดเครื่องมือ
ระยะเวลา: 1-1.5 ชั่วโมง ความรู้สึก: เจ็บน้อย อาจรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่มีเครื่องมือในปาก
วันถอดเครื่องมือ – วันแห่งชัยชนะ!
- ถอด brackets ออกจากฟันทุกซี่
- ขจัดเศษกาวที่เหลืออยู่บนฟัน
- ขัดฟันให้เรียบเนียนและเงางาม
- ถ่ายภาพผลงานสุดท้าย
- ชื่นชมรอยยิ้มใหม่ของคุณ!
ขั้นตอนที่ 7: การใส่รีเทนเนอร์
สำคัญมาก: ขั้นตอนนี้ห้ามข้าม!
หลังถอดเครื่องมือแล้ว ต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับไปตำแหน่งเดิม
การทำรีเทนเนอร์:
- พิมพ์ฟันใหม่หลังถอดเครื่องมือ
- เลือกแบบรีเทนเนอร์ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์
- รอ 3-5 วันก็จะได้รีเทนเนอร์เสร็จ
- กลับมาใส่และฝึกการใช้งาน
กติกาการใส่รีเทนเนอร์:
- 6 เดือนแรก: ใส่ตลอด 24 ชั่วโมง (ถอดเวลากินข้าวและแปรงฟัน)
- เดือนที่ 7-12: ใส่เฉพาะเวลานอน
- ปีที่ 2 เป็นต้นไป: ใส่ 3-4 คืนต่อสัปดาห์
ข้อดีข้อเสียของจัดฟันโลหะ – ความจริงที่ควรรู้
มาดูข้อดีข้อเสียกันแบบไม่ปิดบัง เพื่อที่คุณจะได้ตัดสินใจได้ถูกต้อง
ข้อดีของจัดฟันโลหะ (8 ข้อหลัก)
1. ราคาประหยัด เมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบอื่น
จัดฟันโลหะเป็นตัวเลือกที่ราคาประหยัดเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบอื่น ทำให้คนที่งบประมาณไม่เยอะสามารถเข้าถึงการจัดฟันได้ ราคาเริ่มต้นที่ 35,000 บาท จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด
2. ความแข็งแรงและทนทาน
วัสดุโลหะสแตนเลสสติลไม่แตกง่าย ไม่เปลี่ยนสี ไม่เสื่อมสภาพ และทนต่อแรงกดแรงดึงได้ดีเยี่ยม แม้จะกินอาหารแข็งเป็นครั้งคราว (แต่ไม่แนะนำ) ก็ไม่น่าจะทำให้เครื่องมือพัง
3. ประสิทธิภาพการรักษาที่ดี
สามารถจัดฟันได้ทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นฟันเก ฟันซ้อน ฟันยื่น ฟันสบลึก หรือปัญหาที่ซับซ้อน แม้กระทั่งเคสที่ยากมากก็สามารถแก้ไขได้
4. หาทันตแพทย์รักษาได้ง่าย
เนื่องจากเป็นเทคนิคพื้นฐานที่ทันตแพทย์ทุกคนเรียนมา หากมีปัญหาหรือต้องการเปลี่ยนคลินิก ก็สามารถหาทันตแพทย์ต่อเคสได้ไม่ยาก
5. สนุกกับการเปลี่ยนสียางรัด
นี่คือจุดเด่นที่ไม่มีในการจัดฟันแบบอื่น คุณสามารถเลือกสียางรัดตามใจชอบ เปลี่ยนสีใหม่ทุกครั้งที่มาปรับ ทำให้การจัดฟันไม่น่าเบื่อ บางคนถึงกับติดใจเลยไม่อยากถอด!
6. ผลลัพธ์คาดการณ์ได้
การจัดฟันโลหะให้ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ค่อนข้างแม่นยำ เพราะทันตแพทย์สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของฟันได้อย่างละเอียด
7. รักษาไว้นานได้
ถ้าดูแลดี เครื่องมือจัดฟันโลหะสามารถใช้งานได้ตลอดระยะเวลาการรักษา หากไม่มีการกระแทกหรือเครื่องมือหลุด
8. ใช้ได้กับทุกวัย
ตั้งแต่เด็กอายุ 12 ปี จนถึงผู้ใหญ่อายุ 60+ ก็สามารถใช้จัดฟันโลหะได้ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ
ข้อเสียของจัดฟันโลหะ (5 ข้อที่ต้องยอมรับ)
1. เห็นชัดเจนบนฟัน – ไม่สามารถซ่อนได้
นี่คือข้อเสียหลักที่หลายคนกังวล คือเครื่องมือจะเห็นชัดๆ เวลาพูดหรือยิ้ม ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องพูดหน้าคนเยอะ หรือถ่ายรูปบ่อย อาจรู้สึกไม่มั่นใจในช่วงแรก
วิธีแก้: หลายคนเล่าว่าช่วงแรกอาจอาย แต่พอชินแล้วกลับรู้สึกว่าเท่ และดูน่ารักเสียด้วยซ้ำ
2. อาจขูดปากในช่วงแรก
ช่วง 1-2 สัปดาห์หลังติดเครื่องมือ อาจรู้สึกขูดแก้มหรือริมฝีปาก จนกว่าจะชินกับการมีเครื่องมือในปาก
วิธีแก้: ใช้ขี้ผึ้งทันตกรรม (dental wax) ปิดจุดที่แหลม กินอาหารนุ่มๆ ในช่วงแรก
3. การทำความสะอาดต้องใช้เวลามากขึ้น
แปรงฟันต้องระมัดระวังมากขึ้น ใช้เวลานานกว่าปกติ ต้องใช้แปรงฟันพิเศษ ไหมขัดฟัน และน้ำยาบ้วนปาก
วิธีแก้: หาอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม สร้างเป็นนิสัย จะทำได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ
4. มีข้อจำกัดเรื่องอาหาร
ต้องหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว เช่น น้ำแข็ง กระดูก หมากฝรั่ง ลูกอม เพราะอาจทำให้เครื่องมือหลุดหรือลวดหัก
วิธีแก้: เปลี่ยนนิสัยการกิน หั่นผลไม้เป็นชิ้นเล็ก เลือกอาหารที่เหมาะสม
5. ปวดหรือเจ็บได้ในบางช่วง
โดยเฉพาะหลังติดครั้งแรกและทุกครั้งที่มาปรับ จะรู้สึกเจ็บปวดประมาณ 3-7 วัน
วิธีแก้: กินยาแก้ปวด กินอาหารเย็นๆ เช่น ไอศกรีม กินอาหารนุ่ม บ้วนน้ำเกลือ
ข้อดีมีมากกว่าข้อเสีย
เมื่อชั่งดูแล้ว การจัดฟันโลหะมีข้อดีมากกว่าข้อเสียเยอะ และข้อเสียส่วนใหญ่ก็มีวิธีแก้ไข หรือจะหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไป
ที่สำคัญคือ เมื่อคุณได้รอยยิ้มสวยแล้ว จะลืมความลำบากทั้งหมดที่ผ่านมา!
จัดฟันโลหะ vs การจัดฟันแบบอื่น – เปรียบเทียบแบบจริงจัง
หลายคนที่กำลังตัดสินใจเลือกการจัดฟัน มักจะไม่แน่ใจว่าแบบไหนเหมาะกับตัวเอง มาดูการเปรียบเทียบแบบละเอียดกัน
จัดฟันโลหะ vs ระบบดามอน
| รายการเปรียบเทียบ | จัดฟันโลหะ | ระบบดามอน |
|---|---|---|
| ราคา | 35,000-48,000 บาท | 70,000-75,000 บาท |
| วิธีการ | ใช้ยางรัดยึดลวด | ไม่ใช้ยางรัด (self-ligating) |
| ความเจ็บปวด | เจ็บปานกลาง 5-7 วัน | เจ็บน้อยกว่า 3-5 วัน |
| การนัดหมาย | ทุก 4-5 สัปดาห์ | ทุก 6-8 สัปดาห์ |
| ระยะเวลารักษา | 18-36 เดือน | 15-30 เดือน |
| การทำความสะอาด | ทำได้ แต่ยากหน่อย | ง่ายกว่าเล็กน้อย |
| ความสวยงาม | เด่นชัด (แต่มีสียางสวย) | เด่นชัด (แต่ไม่มียาง) |
| ประสิทธิภาพ | ดีมาก | ดีมาก |
ดามอนเหมาะกับคนที่อยากสะดวก มาตรวจไม่บ่อย และเจ็บน้อย แต่จัดฟันโลหะเหมาะกับคนที่งบจำกัดและชอบสีสันของยางรัด
จัดฟันโลหะ vs จัดฟันเซรามิก
| รายการเปรียบเทียบ | จัดฟันโลหะ | จัดฟันเซรามิก |
|---|---|---|
| ราคา | 35,000-48,000 บาท | 60,000 บาท |
| ความสวยงาม | เห็นชัดเจน | กลมกลืนกับฟัน |
| ความแข็งแรง | แข็งแรงมาก | แข็งแรงดี แต่อาจแตกได้ |
| การย้อมสี | ไม่เปลี่ยนสี | อาจเปลี่ยนสี (ถ้ากินแกงเยอะ) |
| ระยะเวลารักษา | 18-36 เดือน | 20-40 เดือน |
| การซ่อมแซม | ง่าย ราคาถูก | ยาก ราคาแพง |
| เหมาะกับ | ทุกคน โดยเฉพาะวัยรุ่น | คนทำงาน ผู้ใหญ่ |
เซรามิกเหมาะกับคนที่ใส่ใจเรื่องความสวยงามและไม่อยากให้เห็นเครื่องมือ แต่ต้องแลกกับราคาที่แพงกว่า
จัดฟันโลหะ vs จัดฟันใส Clear Aligner
| รายการเปรียบเทียบ | จัดฟันโลหะ | จัดฟันใส |
|---|---|---|
| ราคา | 35,000-48,000 บาท | 59,000-160,000 บาท |
| ความสวยงาม | เห็นเครื่องมือ | มองไม่เห็น |
| การถอดเข้า-ออก | ถอดไม่ได้ | ถอดได้ |
| วินัย | ไม่ต้องมี | ต้องมีมาก (ใส่ 22 ชม./วัน) |
| อาหาร | มีข้อจำกัด | กินได้ทุกอย่าง |
| การทำความสะอาด | ยากกว่าปกติ | ง่ายมาก |
| ประสิทธิภาพ | แก้ได้ทุกปัญหา | แก้ได้บางปัญหา |
| ระยะเวลา | 18-36 เดือน | 12-30 เดือน |
จัดฟันใสเหมาะกับคนที่ไม่อยากให้เห็นเครื่องมือ มีวินัยสูง และงบประมาณเยอะ แต่อาจไม่เหมาะกับปัญหาที่ซับซ้อน
สรุปการเลือก
เลือกจัดฟันโลหะ ถ้าคุณ:
- งบประมาณ 35,000-48,000 บาท
- อยากได้ประสิทธิภาพที่ดี
- ไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสวยงามมาก
- มีปัญหาฟันที่ซับซ้อน
- ชอบเลือกสียางตามใจชอบ
เลือกการจัดฟันแบบอื่น ถ้าคุณ:
- งบประมาณตั้งแต่ 59,000 บาทขึ้นไป
- ใส่ใจเรื่องความสวยงามมาก
- ทำงานต้องพบผู้คนเยอะ
- มีปัญหาไม่ซับซ้อนมาก
การดูแลตัวเองหลังจัดฟัน – เคล็ดลับที่หลายคนไม่เคยบอก
การดูแลตัวเองหลังจัดฟันไม่ใช่แค่แปรงฟันธรรมดา แต่มีเทคนิคและเคล็ดลับมากมายที่จะทำให้การจัดฟันเป็นไปอย่างราบรื่น
การแปรงฟันสำหรับคนจัดฟัน
อุปกรณ์ที่ต้องมี
แปรงฟันขนนุ่ม – เลือกแบบหัวเล็กเพื่อเข้าถึงซอกฟันได้ดี แปรงฟันไฟฟ้า (ถ้าชอบ) – ช่วยทำความสะอาดได้ดีขึ้น แปรงซอกฟัน – สำหรับทำความสะอาดรอบ brackets ไหมขัดฟันแบบพิเศษ – มีด้ามจับ ใช้ง่ายกว่า น้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์ – ฆ่าเชื้อโดยไม่ระคายเคือง
เทคนิคการแปรงฟันที่ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมความพร้อม (2 นาที)
- บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดก่อน
- ถอดยางบิดเปลี่ยนออก (ถ้ามี)
- เตรียมแปรงฟันและยาสีฟันฟลูออไรด์
ขั้นตอนที่ 2: แปรงรอบ Brackets (3 นาที)
- แปรงเป็นวงกลมรอบ brackets แต่ละตัว
- ใช้แรงเบาๆ ไม่ให้ brackets หลุด
- แปรงส่วนบน ส่วนล่าง และด้านข้างของ brackets
ขั้นตอนที่ 3: แปรงผิวฟัน (3 นาที)
- แปรงผิวฟันส่วนที่ไม่มี brackets ตามปกติ
- แปรงกรามหลัง พื้นฟัน และลิ้น
- ระวังอย่าให้ขนแปรงติด brackets
ขั้นตอนที่ 4: ใช้แปรงซอกฟัน (2 นาที)
- ใช้แปรงซอกฟันทำความสะอาดรอบลวดและ brackets
- เสียบไปมาเบาๆ ห้ามแทงแรง
- ทำให้ครบทุกซอกทุกซี่
ขั้นตอนที่ 5: ใช้ไหมขัดฟัน (3 นาที)
- ร้อยไหมขัดฟันลอดใต้ลวดจัดฟัน
- ดึงไหมขึ้นลงเบาๆ เพื่อขจัดคราบ
- ทำทุกซอกฟัน แม้ว่าจะใช้เวลานาน
ขั้นตอนที่ 6: บ้วนน้ำยา (1 นาที)
- บ้วนด้วยน้ำยาบ้วนปากไม่มีแอลกอฮอล์
- บ้วนประมาณ 30 วินาที
- บ้วนน้ำสะอาดท้ายสุด
รวมเวลาทั้งหมด: 15 นาที (ใช้เวลานานกว่าการแปรงฟันตามปกติ)
อาหารที่ควรกิน และไม่ควรกิน
อาหารที่หลีกเลี่ยง
อาหารแข็ง (ทำให้ brackets หลุด)
- น้ำแข็ง กระดูก กุ้งแห้ง
- แอปเปิ้ลทั้งลูก แครอทดิบ
- ขนมปังกรอบ ถั่วลิสง
- ข้าวเกรียบ แคร็กเกอร์
อาหารเหนียว (ติด brackets)
- หมากฝรั่ง ลูกอมแข็ง
- เหยื่อปลา ช็อกโกแลต
- ข้าวเหนียว มันเทศย่าง
- ขนมหวานไทยเหนียวๆ
อาหารที่ย้อมสี (ย้อมยางรัด)
- แกงไทยสีแดง กาแฟเข้ม
- ชาไทย โซดาสีเข้ม
- ไวน์แดง บีทรูท
- ขนมที่มีสีเข้มๆ
อาหารที่แนะนำ
โปรตีนนุ่ม
- เนื้อสับ ปลานึ่ง ไข่ลวก
- เต้าหู้ นมถั่วเหลือง
- โยเกิร์ต นมพาสเจอไรส์
คาร์โบไฮเดรตนุ่ม
- ข้าวต้ม ข้าวผัดเม็ดเล็ก
- ขนมปังนุ่ม เส้นใหญ่
- ขนมจีน บะหมี่น้ำ
ผักและผลไม้นุ่ม
- กล้วย ส้มแยกเสี้ยน
- ผักต้มสุก แกงจืด
- สมูทตี้ น้ำผลไม้
ของหวานที่ปลอดภัย
- ไอศกรีม พุดดิ้ง
- วุ้น เจลลี่
- เค้กนุ่มๆ คุกกี้อ่อน
เคล็ดลับลดความเจ็บปวด
ก่อนปวด – การป้องกัน
- กินยาแก้ปวดก่อนมาปรับ 1 ชั่วโมง
- กินอาหารนุ่มเป็นหลักใน 3-5 วันแรก
- หลีกเลี่ยงอาหารร้อนและเย็นจัด
ขณะปวด – การบรรเทา
- ประคบเย็นหน้าแก้มข้างที่เจ็บ
- กินไอศกรีมหรือของเย็นๆ
- บ้วนน้ำเกลืออุ่น (1 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 แก้ว)
- กินยาแก้ปวดตามที่ทันตแพทย์แนะนำ
หลังปวดหาย – การบำรุง
- ค่อยๆ เพิ่มความแข็งของอาหาร
- ดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี
- กินวิตามินซีช่วยเยื่อแป้นฟัน
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
Brackets หลุด
สิ่งที่ต้องทำทันที:
- อย่าพยายามใส่เข้าที่ด้วยตัวเอง
- ถ้า brackets ยังแขวนอยู่กับลวด ให้อยู่ตามนั้น
- ถ้าหลุดออกมาใส่ในถุงเล็กๆ เก็บไว้
- โทรนัดทันตแพทย์ภายใน 2-3 วัน
ลวดจิ้มแก้ม
วิธีแก้ไขชั่วคราว:
- ใช้ขี้ผึ้งทันตกรรม (dental wax) ปิดปลายลวด
- ใช้กรรไกรเล็บที่สะอาดตัดลวดส่วนเกิน (ระวังอย่าให้ลวดหล่น)
- บ้วนน้ำเกลือถ้าแก้มบาดแผล
- นัดทันตแพทย์โดยเร็ว
ยางรัดหาย
สิ่งที่ควรรู้:
- ยางรัดหายเป็นเรื่องปกติ
- ถ้าหายไป 1-2 ตัว ไม่ต้องห่วงมาก
- ถ้าหายเยอะ ควรโทรแจ้งทันตแพทย์
- ห้ามใส่ยางรัดธรรมดาแทน
อาหารติดในเครื่องมือ
วิธีการทำความสะอาด:
- บ้วนน้ำแรงๆ หลายครั้ง
- ใช้แปรงซอกฟันเสียบออกเบาๆ
- ใช้ไหมขัดฟันดึงอาหารออก
- ห้ามใช้สิ่งของแหลมคม เช่น เสี้ยน
ทำไมต้องเลือกบางมดทันตกรรม?
หลังจากที่เราได้รู้จักการจัดฟันโลหะกันพร้อมให้บริการแล้ว คำถามสุดท้ายคือ ทำไมต้องเลือกบางมดทันตกรรม มาดูเหตุผลที่น่าสนใจกัน
ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน
อาจารย์ทันตแพทย์และทันตแพทย์เฉพาะทางจากจุฬาฯ มหิดล ที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ดูแลคนไข้มาแล้วมากกว่า 10,000 เคส (ยอดสะสม) รู้จักปัญหาและวิธีแก้ไขแบบตรงจุด
คุณสมบัติที่โดดเด่น:
- จบปริญญาโท ทันตแพทย์ศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล
- ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จากสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย
- อัพเดทเทคนิคใหม่ๆ สม่ำเสมอ
- ทำงานร่วมกับทันตแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นในคลินิกเมื่อเคสต้องการ
อุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัย
เครื่องมือนำเข้าจากยุโรป
- แบร็คเก็ตและลวดจัดฟันนำเข้าจากผู้ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน
- เครื่องเอกซเรย์ระบบดิจิทัล ให้ภาพชัดเจนและใช้ปริมาณรังสีต่ำ
- เครื่องมือทุกชิ้นผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อก่อนใช้กับคนไข้แต่ละราย
ที่ตั้งสะดวก เดินทางง่าย
7 สาขาทั่วกรุงเทพและปริมณฑล
- สาขาสุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ (ใกล้ ม.พระจอมเกล้าธนบุรี / ปากซอยประชาอุทิศ 41)
- สาขาปิ่นเกล้า (ติด Central ปิ่นเกล้า / ซอยบรมราชชนนี 13)
- สาขาเกษตร (ใกล้ ม.เกษตร / ติด BTS เสนานิคม)
- สาขาบางแค (ติด The Mall บางแค / MRT หลักสอง)
- สาขาเจริญนคร (ติด ICONSIAM / BTS เจริญนคร)
- สาขาพระราม 2 (ใกล้ Central พระราม 2 / ติดตลาด Green Day Night)
- สาขาบางนา-อุดมสุข (หลัง The Bangkok Mall ปากซอยอุดมสุข 25/1)
ความสะดวก:
- เปิดทุกวัน 10:00-20:00 น.
- จอดรถฟรีทุกสาขา
- ใกล้ BTS/MRT
- นัดหมายออนไลน์ได้
การดูแลหลังการรักษา
การติดตามผลการรักษา
- ติดตามผลผ่าน LINE
- มีช่องทางติดต่อกรณีเครื่องมือหลุดหรือมีปัญหาเร่งด่วน
- ให้คำแนะนำการดูแลตลอดช่วงการรักษา
เงื่อนไขการดูแลหลังถอดเครื่องมือ
- ติดเครื่องมือคืนกรณีหลุด (ตามเงื่อนไขที่คลินิกกำหนด)
- ดูแลต่อเนื่อง 1 ปี หลังถอดเครื่องมือ
- ซ่อมแซมตามเงื่อนไขที่คลินิกกำหนด (กรณีไม่ใช่ความผิดของผู้ป่วย)
ระบบราคาโปร่งใส
ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
- บอกราคาตรงๆ ตั้งแต่วันแรก
- แจ้งค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนเริ่มรักษา
- ระบบผ่อนชำระยืดหยุ่น
- รับบัตรเครดิตทุกชนิด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจัดฟันโลหะ
เริ่มต้นจัดฟันโลหะกับบางมดทันตกรรม
สามารถนัดปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมได้
ข้อมูลการติดต่อทุกสาขา
ดูแผนที่สำหรับที่ตั้งของทุกสาขา
โทร:
- สุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ: 096-8899-644, 096-889-8551
- ปิ่นเกล้า: 096-882-6466, 096-882-5955
- เกษตร: 080-068-6150, 080-068-6151
- บางแค: 061-019-9216, 061-019-9316
- เจริญนคร: 061-390-5650, 061-390-5651
- พระราม 2: 098-271-9822, 098-271-9682
- บางนา-อุดมสุข: 094-796-6295, 094-796-9963
LINE: @bangmoddental
เว็บไซต์: bangmoddental.com
Facebook: บางมดทันตกรรม
เวลาทำการ
ทุกวัน: 10:00-20:00 น.
รายการที่รวมอยู่ในค่าจัดฟัน
- การปรึกษาและตรวจประเมิน
- ภาพรังสีเพื่อวางแผนการรักษา
- รีเทนเนอร์หลังถอดเครื่องมือ
- การถอดเครื่องมือเมื่อจบการรักษา
- ค่าฟอกสีฟันสำหรับผู้จัดฟันกับคลินิก สอบถามคลินิก
- แบ่งชำระตามขั้นตอนการรักษา และรูดบัตรเครดิตเต็มจำนวนได้ทุกธนาคาร
- ดูแลต่อเนื่องหลังการรักษา 1 ปี
ปรึกษาทันตแพทย์ก่อน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แล้วค่อยตัดสินใจ
คำแนะนำทางการแพทย์: ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากทันตแพทย์ได้ กรุณาปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางก่อนตัดสินใจรักษา ผลลัพธ์การรักษาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความรุนแรงของปัญหา อายุ และการดูแลตัวเอง
โดย ทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน จากบางมดทันตกรรม


